วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สปอยล์ขั้นรุนแรง9

ในที่สุดก็สปอยล์มาจนถึงนัดชิงแล้ว...กระชิกๆๆ ใกล้จะถึงตอนปัจจุบันแล้ว...เย้
ตอนแรกก็กะจะพูดแต่การแข่ง แต่เจอความน่ารักของรุ่นพี่ปีสามเข้าไป กรี๊ดดดดดดด...เป็นอันสลบ
อีกทั้งเซย์โดกับยาคูชิต่างก็เป็นทีมในดวงใจทั้งคู่ ก๊ากกกกก...เกริ่นๆๆ ถึงคืนก่อนแข่งนิดหน่อยก็แล้วกัน

หลังจากจบการแข่งรอบรองฯ และรู้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ในชิงฯ จะเป็นการพบกันเป็นครั้งที่สาม
ระหว่างเซย์โดกับยาคูชิ ซึ่งในสายตาของคนภายนอกยังไม่มีใครบอกได้ว่าทีมไหนจะเป็นฝ่ายชนะ
เพราะจากสถิติเจอกันสองครั้ง ต่างก็ผลัดกันแพ้หนึ่ง ชนะหนึ่ง

เมื่อกลับมาถึงโรงเรียนซาวามูระก็บอกกับมิยูกิว่าอยากฝึกขว้างลูกทูซีม (2-seam) ซึ่งเป็นไม้ตายใหม่
ของซานาดะที่ใช้สู้กับอิจิไดซัง แต่โดนคุราโมจิกระแหนะกระแหนเข้าให้
แอบปลื้มพี่ซานาดะซะขนาดนี้ ทำไม๊...ทำไม เอาก๊อปสกิลตีบอลมาล่ะ เจ้าทึ่ม
พี่เกรียนเริ่มออกอาการแล้ว
และก็เป็นคุราโมจิเจ้าเก่าที่สังเกตเห็น
ซาวามูระไม่ได้ใส่ใจอาการของมิยูกิมากนัก เพราะหมกหมุ่นอยู่กับการอยากฝึกขว้างบอล ส่วนคุราโมจิ
แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่จากประสบการณ์ที่ตัวเองรู้อาการบาดเจ็บของเรียวสุเกะก่อนนัดชิงฯ
ในหน้าร้อนที่ผ่านมา แล้วเก็บเงียบไว้คนเดียว ไม่ได้เป็นความคิดที่ดีเท่าไร

มาครั้งนี้เมื่อสงสัยว่ามิยูกิจะได้รับบาดเจ็บจากการแข่งวันนี้จึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับชิราสุ เพราะรู้ดีว่า
ถ้าบอกเรื่องนี้กับโซโนะ (ซึ่งเป็นรองกัปตันอีกคน) โซโนะคงเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่อยู่ และบอกว่าจากนี้ไป
จะคอยจับตาดูมิยูกิอย่างใกล้ชิด ถ้าเห็นอาการไม่ดีก็ขอให้ชิราสุช่วยตนรั้งมิยูกิเอาไว้ด้วย

โค้ชคาตาโอกะเรียกผู้เล่นทุกคนมารวมตัวกันในโรงฝึกในร่วม เพื่อสรุปแผนการเล่นในวันพรุ่งนี้
โดยให้คาวากามิลงเป็นสตาร์ทเตอร์ ซาวามูระเป็นรีรีฟ ส่วนฟุรุยะนั้นต้องรอคำรับรองแพทย์เสียก่อน

โอจิไอคิดว่า เซย์โดเจอปัญหาใหญ่แน่นอนถ้าฟุรุยะไม่ได้ลงเล่น เพราะในการแข่งซ้อมในหน้าร้อนที่ผ่านมา
มีฟุรุยะคนเดียวเท่านั้นที่เอาแบทเตอร์ไลน์อัพของยาคูชิอยู่

 หลังจากประชุมเสร็จสมาชิกเกือบทุกคน รวมถึงรุ่นพี่ปีสามต่างก็มารวมตัวกันในห้องกินข้าว
เพื่อพูดคุยถึงการแข่งในวันนี้และการแข่งที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้
รุ่นพี่มาช่วยวางแผน(ร้าย)กันแบบนี้...รุ่นน้องที่ดีก็ต้องทำตาม

ส่วนทางด้านยาคูชิรุ่นพี่ปีสามก็รวมตัวกันมาหาที่สนามฝึกซ้อม...ทีมนี้เขาอยู่กันแบบเฮฮา
จากนั้นโค้ชไรโซก็ให้ลูกทีมของตน พูดระบายความรู้สึกของตนออกมา และในตอนนี้เองที่ทุกคนได้รู้
เหตุผลในการเลือกกัปตันทีมของโค้ช...ฮา ถึงซานาดะจะเป็นคนไปจับฉลากตอนแบ่งสาย แต่ก็ไม่ใช่
กัปตันทีมนะจ้ะ
เมื่อทุกคนออกมาพูดกันหมดแล้ว ก็ปิดท้ายด้วยเจ้าหนูไรจิ ที่เปิดตัวออกมาครั้งแรก...อย่างกับตัวร้าย
แต่ไหงลงท้ายเป็นเจ้าจ๋อไปได้ก็ไม่รู้ และด้วยขี้อายพอๆ กับฮารุจจิ ทักษะการเข้าสังคมติดลบพอๆ กับฟุรุยะ
พอถึงตาต้องพูดความรู้สึก ก็เลยออกอาการอย่างนี้
เอ่อ...เรื่องนี้ ป้อไม่ได้ฉอนนนครับ
ตัดกลับมาที่เซย์โด ทางด้านสตาฟโค้ชก็มีการหารือกันต่อ โดยที่โค้ชคาตาโอกะได้บอกกับทุกคนว่า
เขาไม่คิดจะให้ฟุรุยะลงเล่นในนัดชิง ซึ่งโอจิไอค่อนข้างจะเห็นด้วย เพราะไม่อยากให้อาการบาดเจ็บของ
ฟุรุยะหนักไปกว่านี้ ก็เพื่อประโยชน์ในการทำทีมของตนในหน้าร้อนที่จะถึง

ในขณะที่คนอื่นเริ่มออกอาการวิตก เพราะไม่แน่ใจว่าพิทเชอร์ที่เหลือจะสามารถต้านการบุกของยาคูชิได้
นานแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นคาวากามิที่ยังขาดความมั่นใจ และซาวามูระที่ไม่สามารถเอาชนะไรจิของยาคูชิได้เลยสักครั้ง

ทางด้านผู้เล่นต่างก็แยกย้ายกันไปฝึกกันต่อในโรงฝึกในร่ม เหลือเพียงบรรดาพิทเชอร์กับแคทเชอร์ของทีม
ที่ยังประชุมเครียดกันอยู่ โดยที่มิยูกิให้ทุกคนจำของมูลของทีมคู่แข่งให้ขึ้นใจ และให้คิดเองว่าจะทำอย่างไร
ถึงจะจัดการกับฝ่ายตรงข้ามได้ หลังจากนั้นก็ไปต่อที่โรงฝึกในร่ม เพื่อลองลูกทูซีมที่ซาวามูระอยากฝึก
ซึ่งมิยูกิให้โอโนะเป็นแคทเชอร์ โดยออกตัวว่าขอดูอยู่ข้างๆ

การมาเจอบรรดารุ่นพี่ที่คุ้นหน้าคุ้นตา ทำให้เจ้าซาวามูระออกอาการดี้ด้าเป็นพิเศษ แถมยังตั้งชื่อใหม่
ให้กับบรรดารุ่นพี่ซะอีก
มัตสึโกะ น่าสงสารที่สุดดดดดด เคยเป็นรูมเมทกันแท้ๆ เจ้าทึ่มกลับจำไม่ได้
 อย่าว่าแต่รุ่นพี่เลย แม้แต่โค้ช...ก็ยังไม่เว้น
การปรากฎตัวของโค้ชไม่ได้ทำให้เจ้าซาวามูระสำนึกสักนิดว่า พรุ่งนี้จะมีแข่งสมควรจะไปพักได้แล้ว
โค้ชก็เลยยอมให้อยู่ซ้อมขว้างบอลต่อ โดยมีโอโนะเป็นแคทเชอร์ ส่วนมิยูกิยืนอยู่ข้างๆ คอยขอบอล
ในขณะที่บรรดารุ่นพี่ต่างวิจารณ์การขว้างบอลของซาวามูระกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่คริสคอย
ช่วยให้คำแนะนำในการรับบอลกับโอโนะ
เมื่อลองขว้างลูกทูซีม ก็ปรากฎว่าวิถีบอลก็ไม่ได้ต่างไปจากมูฟวิ่งบอลของซาวามูระมากนัก เขาจึงถามว่า
จะต้องขว้างบอลแบบไหนถึงจะสามารถทำสไตรค์เอาท์ไรจิได้ โค้ชคาตาโอกะที่คอยดูอยู่จึงนึกถึงเรื่อง
ที่คริสเคยพูดไว้ว่า ลูกพุ่งตรงของซาวามูระเป็นเบรกบอลที่ลอยไปได้ทุกทิศทาง โค้ชจึงบอกให้มิยูกิปิดท้าย
ด้วยการขว้างลูกฟาสต์บอลพุ่งตรง ซึ่งมิยูกิก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โอโนะจึงบอกให้มิยูกิเป็นคนมารับบอลแทนตน
โดยมีคุราโมจิกับชิราสุคอยจับตามองอยู่

มิยูกิบอกให้ซาวามูระขว้างลูกฟาสต์บอลพุ่งตรงที่บรรจงใส่สปินลงไปในบอล ซึ่งซาวามูระไม่เข้าใจเรื่องดังกล่าว
แต่เมื่อได้ยินคำแนะนำของโค้ชคาตาโอกะก็ทำให้เขานึกถึงตอนอยู่ ม.ต้นและตอนที่เข้าเซย์โดใหม่ๆ
ที่ทั้งเพื่อนร่วมทีมสมัย ม.ต้น ต่างก็บอกว่าบอลของเขารับยาก เพราะไม่รู้ว่าบอลจะลอยมาทางไหน
รวมถึงฟุรุยะที่บ่นว่า เขาขว้างบอลได้ทุเรศมาก จากที่เซ็งๆ อยู่ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

เพราะการได้กลับไปขว้างบอลแบบเดิมของตัวเอง จะทำให้รู้ว่าตัวเขาในตอนนี้พัฒนาฝีมือขึ้นมาได้แค่ไหนแล้ว

ต้องเข้าใจก่อนว่า...ตั้งแต่ต้น เจ้าซาวามูระไม่เคยขว้างลูกพุ่งตรงได้เลย บอลของเจ้านี่เป็นเบรกบอลโดยธรรมชาติ
เพิ่งจะขว้างลูกพุ่งตรงได้ก็ตอนที่รุ่นพี่คริสสอนขว้างโฟร์ซีม...

สรุปแล้วคืนนี้ปิดท้ายการฝึกด้วยลูกฟาสต์บอลพุ่งตรงธรรมด้า ธรรมดา...ที่กลายมาเป็นอาวุธชิ้นใหม่
ของเจ้าทึ่มที่ใช้ต่อกรกับยาคูชิล่ะ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สปอยล์ขั้นรุนแรง8

เมื่อการแข่งภายในจบลง นาเบะกับพวกที่ทำการบันทึกวิดีโอเอาไว้ก็สรุปการเล่นของพิทเชอร์แต่ละคนให้ฟัง
รวมถึงจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข หลังจากนั้นแล้วฟุรุยะกับซาวามูระก็แยกตัวออกมาปรึกษากัน เรื่องเทคนิค
การขว้างบอลของตัวเองที่โรงฝึกในร่ม

แลกเปลี่ยนเทคนิคการขว้างลูกกันจริงๆ ทำเอารุ่นพี่ประหลาดใจ

ถึงสองคนนี้จะเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งเอชกันอยู่ แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองก็ไม่ได้เกลียดกัน แค่ไม่ซี้กันเฉยๆ
แต่การที่เห็นสองคนนี้คุยกันหนุงหนิง ก็ทำให้เกรียนพี่ทนเห็นไม่ได้ ต้องเข้าไปทำลายบรรยากาศมุ้งมิ้ง
ด้วยการบอกว่า ในการแข่งวันพรุ่งนี้โค้ชให้ฟุรุยะลงเป็นสตาร์ทเตอร์ ทำให้ฟุรุยะไฟลุกขึ้นมาและบอกกับ
ซาวามูระว่าในการแข่งนัดที่ผ่านมา เขาได้แน่เฝ้าดูด้วยความอิจฉาที่เห็นซาวามูระได้ลงเล่นทั้งเกม
ตั้งแต่ต้นจนจบ

ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ คู่แรกเป็นการพบกันระหว่างทีมเซย์โด จากโตเกียวตะวันตก พบกับ
ทีมเซย์โกะ จากโตเกียวตะวันออก ส่วนอีกคู่เป็นการพบกับระหว่างทีมยาคูชิ กับทีมอิจิไดซัง

ก่อนจะลงแข่งผู้เล่นของเซย์โดมารวมตัว ยืนเป็นวงกลม แล้วมิยูกิในฐานะกัปตันทีมก็เป็นคนกล่าวนำ
เมื่อท่านผู้นำว่าอย่างนี้ ผู้ตามที่ดีก็ต้องเฮตามกันไป...
 โค้ชไรโชแห่งยาคูชิบอกให้ลูกทีมตัวเองจับตาดูฟุรุยะให้ดี เพราะฟุรุยะเป็นคนเดียวที่สร้างปัญหาให้กับไลน์อัพ
ของยาคูชิในการแข่งซ้อมในฤดูร้อนที่ผ่านมา (ตอนที่ทำให้รู้กันไปทั่วว่าซาวามูระเป็นยิปส์)

เซย์โกะได้เป็นฝ่ายบุกก่อน แต่ทำอะไรแนวรับของเซย์โดไม่ได้ ในขณะที่เกมบุก
ไลน์อัพของเซย์โดต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ยอดเยี่ยม จึงทำคะแนนขึ้นนำไปก่อน

คนดูต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ความพ่ายแพ้ในนัดชิงฯ ของศึกหน้าร้อนที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้เซย์โดตกต่ำลง
มิหน่ำซ้ำยังพัฒนาทีมใหม่ขึ้นมาได้แข็งแกร่งขึ้น และต่างก็อยากจะเห็นเซย์โดไปเล่นที่โคชิเอ็ง

จากการที่เห็นฟุรุยะกับซาวามูระขว้างเบรกบอลได้ในการแข่งทัวร์นาเมนต์นี้ ทำให้สองนักข่าวขาประจำ
ต่างก็มีความเห็นว่าเซย์โด น่าจะมีทีมฝึกสอนที่น่ากลัวไม่ใช่น้อย

ในขณะที่ผู้อำนวยการกับผู้ช่วยที่นั่งใกล้กับโค้ชโอจิไอ ต่างก็ชมโอจิไอที่สามารถพัฒนาทีมได้ถึงขนาดนี้
และคงเป็นการดีไม่น้อยถ้าเซย์โดได้ต้อนรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่ ด้วยการไปโคชิเอ็ง
แต่โอจิไอกลับบอกว่า มีผู้เล่นที่ใช้การได้ในทีมอยู่ไม่กี่คน ถ้าเขาเป็นคนทำทีม เซย์โดคงไม่ได้มาไกลถึงขนาดนี้
เขาไม่คิดมาก่อนว่าทีมเซย์โดจะค่อยๆ พัฒนาฝีมือให้แข็งแกร่งขึ้นระหว่างการแข่ง และถ้าสามารถคว้า
แชมป์ฤดูใบไม้ร่วงมาครองได้สำเร็จ นั่นก็หมายความว่าเซย์โดไม่จำเป็นต้องมีเขา และเขาจะเป็นฝ่ายไปเอง

เมื่อเซย์โดขึ้นนำห่างออกไป ทางเซย์โกะจึงเปลี่ยนตัวพิทเชอร์เป็น โอกาวะ ซึ่งซาวามูระให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ทำเอาคาเนมารุอดค่อนขอดไม่ได้ โทโจจึงให้ความเห็นว่า คงเป็นเพราะโอกาวะเป็นพิทเชอร์มือซ้ายและยัง
เป็นเด็กปีหนึ่งเหมือนกัน ซาวามูระจึงสนใจเป็นพิเศษ

การลงเล่นของโอกาวะ ทำให้ไลน์อัพของเซย์โดทำอะไรไม่ได้มากนัก เมื่อจบอินนิ่งหก เซย์โดมีคะแนนนำ 5-2
ในอินนิ่งต่อมาเซย์โกะก็ทำเพิ่มได้อีกหนึ่ง ไล่ตามมาเป็น 5-3 และในตอนนี้อาการบาดเจ็บของฟุรุยะเริ่ม
แสดงออกมาให้คนอื่นสังเกตเห็น

แต่ฟุรุยะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จนกระทั่งใช้ตัวหยุดบอลก่อนจะขว้างไปเบสหนึ่ง ทำเอาท์ได้สำเร็จและเปลี่ยนฝั่งการเล่น
โค้ชจึงเปลี่ยนตัวให้ซาวามูระลงไปเล่นแทน โอจิไอที่ดูอยู่คิดว่าให้คาวากามิลงไปเล่นแทนน่าจะดีกว่า
ส่วนมิยูกิคิดว่าโค้ชคงต้องการความแข็งแกร่งด้านจิตใจของซาวามูระ สู้กับความกดดันและกระแสเกมที่
เปลี่ยนไปเป็นของเซย์โกะ

เพราะได้เห็นการสู้สุดใจของฟุรุยะ ทำให้ซาวามูระไม่อยากแพ้ให้ทั้งทีมคู่แข่งและเพื่อนร่วมทีม
ทำให้เกร็งจึงยังขว้างบอลได้ไม่ดีนัก ทำให้แบทเตอร์ของเซย์โดตีโฮมรับและทำคะแนนตามมาเสมอได้สำเร็จ โค้ชไรโชถึงกับยิ้มร่าเพราะว่า...การแข่งเริ่มจะสนุกขึ้นแล้ว

ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็นกังวลซาวามูระว่า จะเสียสูญเนื่องจากเพิ่งเสียลูกโฮมรันไป มิยูกิขอเวลานอกและผู้เล่น
อินฟิลด์มารวมตัวที่เนินขว้างลูก
ไม่รู้ว่าโง่...หรือว่ารนจนสติแตกกันแน่
แม้ซาวามูระจะพยายามเรียกสติกลับมา แต่ว่าถูกตีโฮมรันได้ก็ใช่ว่าจะทำใจลืมได้ง่ายๆ เช่นกัน
ทำให้บอลของเขาถูกตีได้ ลอยไปทางเบสสาม ซึ่งคาเนมารุพลาดรับบอลไม่ได้ ทำให้แบทเตอร์วิ่ง
ขึ้นเบสได้สำเร็จ

เป็นไง ถึงจะโง่แต่ฉันก็เท่ห์ใช่ไหมล่ะ...อะจ๊ากกกส์
เพราะการเล่นพลาดของคาเนะ ทำให้มีรันเนอร์บนเบสหนึ่ง กระแสเกมเป็นของทางเซย์โกะทันที
เพิ่มความกดดันให้กับทางเซย์โดมากขึ้น แต่ซาวามูระพยายามตั้งสติ ไม่หวั่นไหวไปกับกระแสเกมในตอนนี้
โดยการตั้งใจขว้างบอล สนใจแต่กับแบทเตอร์เท่านั้น ทำให้รันเนอร์บนเบสหนึ่งคิดว่าพิทเชอร์ลืมตัวเอง
ไปแล้ว จึงหาจังหวะจะขโมยเบส แต่ว่า...

 
บอกแล้วไงว่า...จะจัดการเอง
การที่ซาวามูระทำพิกออฟด้วยตัวเองนั้น ทำเอาหลายๆ คนอึ้งและทึ่งไปตามๆ กัน และหยุดกระแสเกม
ของเซย์โกะลงในแทบจะทันที ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้ 2 เอาท์และไม่มีรันเนอร์บนเบส ซึ่งไม้ต่อมาซาวามูระ
ก็ทำสไตรค์เอาท์ได้ เปลี่ยนฝั่งการเล่น

จากการเล่นของซาวามูระครั้งนี้ ทำให้ฟุรุยะที่ดูอยู่จึงเข้าใจความหมายที่มิยูกิบอกไว้ระหว่างแข่งว่า...
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลี่ยง ไม่ให้บอลถูกตีได้ แต่เป็นเรื่องที่ว่าจะขว้างต่ออย่างไรหลังบอลถูกตีได้ต่างหาก

ซาวามูระได้เล่นต่อจนถึงอินนิ่งเก้า เซย์โกะเป็นฝ่ายบุก คะแนนยังเสมอกันอยู่ ในสถานการณ์ 2 เอาท์
เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ...โอกาวะ พิทเชอร์ของเซย์โกะ วิ่งตะลุยกลับจุดโฮม เพื่อหวังทำคะแนน
ขึ้นนำ ทำให้...

อย่ามาขวางทางฉันนะ
เป็นกัปตันทีมต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตายยยยยยยยย
จบไปเก้าอินนิ่งเสมอกันอยู่ 5 - 5 ต้องต่ออินนิ่งพิเศษ...คาวากามิลงมาแทนซาวามูระกลางเกมอินนิ่งสิบ
และปิดเกมบุกของเซย์โกะไปได้ เมื่อเซย์โดเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายบุก มิยูกิก็สามารถตีโฮมรันได้
ทำให้เซย์โดเป็นฝ่ายชนะ เข้าไปรอชิงฯ ได้เป็นทีมแรก 

ถึงแม้ว่าเซยโดจะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ แต่มิยูกิได้รับบาดเจ็บ แต่...ปิดไว้ไม่ให้ใครรู้ ((ดราม่ากำลังจะมา)) 
ผลการแข่งอีกคู่...ยาคูชิเป็นฝ่ายย้ำแค้นเอาชนะอิจิไดซัง ผ่านเข้ารอบชิงได้สำเร็จ

+++++++++++++++++++++++

อาทิตย์นี้ (4 สิงหา) ก็ตอน 393 แล้ว...

ยาคูชิขึ้นนำไปหนึ่งคะแนน ก่อนที่จะเอาท์ครบสามเปลี่ยนฝั่ง ขึ้นอินนิ่งใหม่เซย์โดเป็นฝ่ายบุก
ไม้แรกก็คือซาวามูระ ตีลงพื้นไปทางเบสหนึ่ง ก็เอาท์ไปตามระเบียบ  

ส่วนทางด้านม้านั่งสำรองก็มีการเช็กอาการบาดเจ็บของมิยูกิกัน สรุปได้ว่าเป็นเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ
ไม่ใช่กระดูกหัก กระดูกร้าว อย่างที่(คนอ่าน)มโนไปเอง...
แต่เจ้าทึ่มก็ยังไม่รู้...อะไรจะโง่ได้ขนาดนั้น (((มิยู..."ใช่ซี้ ฉันไม่ใช่คริสเซมไปนี่"))

ส่วนแบทเตอร์คนอื่นๆ ของเซย์โดก็เอาท์ครบสาม ทำคะแนนในอินนิ่งนี้ไม่ได้
พอเปลี่ยนมาเล่นเกมรับ ซาวามูระก็เอาท์แบทเตอร์ของยาคูชิออกไปอย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน
สรุปอินนิ่งนี้ ยังไม่มีฝ่ายไหนทำคะแนนเพิ่มได้

มิยูกิยังได้ลงเล่นต่อ...

++++++++

แปะข่าวต่ออีกสักนิด สำหรับแฟนๆ อะนิเมะเรื่องนี้ มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่า
อะนิเมะเรื่องจะขยายช่วงเวลาออกอากาศออกไป ((หรือว่าซีซันสองไม่แน่ใจ))

จากเดือนตุลาคมปีนี้ ไปจนถึงมีนาคมปีหน้า...เตรียมผ้าซับน้ำตาไว้ให้ดี งานนี้กระซิกๆๆๆ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สปอยล์ขั้นรุนแรง7

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะ ว่าจะสปอยล์เฉพาะการแข่งของเซย์โด
และเรื่องราวภายในของเซย์โด (จะมากจะน้อยก็...ฮ่าาาาา) ส่วนทีมอื่นหรือการแข่งของทีมอื่น
จะสรุปแค่คร่าวๆ เท่านั้นนะคะ...สปอยล์แบบลำเอียงสุดๆๆ

เอาเป็นว่า เซย์โดผ่านเข้าไปสู่รอบสี่ทีมสุดท้าย พบกับเซย์โกะ ที่เอาชนะทีมเซ็นเซ็นไปได้
ส่วนสถานการณ์ภายในของทีมอินาชิโระ ก็เริ่มจะดีขึ้น เมื่อทั้งนารุมิยะกับอิทสึกิเริ่มปรับตัวเข้ากันมากขึ้น
ถึงจะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ถือว่าต่างฝ่ายต่างรับฟังกันมากขึ้น...หุหุหุ

ส่วนทางเซย์โดนั้น หลังจากกลับมาถึงโรงเรียน นัดนี้ที่ฟุรุยะเอาแต่นั่งดูก็เกิดอิจฉาขึ้นมา
จึงไปหาโค้ชโอจิไอให้ช่วยสอนขว้างลูกให้ ซึ่งโค้ชก็สอนให้ขว้างลูกสไลด์
ส่วนโค้ชคาตาโอกะก็เรียกซาวามูระไปพบ เพื่อกล่าวชมเชยและเตือนสติว่า...เมื่อยังไม่ถึงเป้าหมาย
ก็อย่าเพิ่งเหลิงไปกับปัจจุบัน จนลืมพัฒนาฝีมือตัวเอง

จึงทำให้ซาวามูระนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เจอโค้ช และประกาศว่าตัวเองมาเพื่อเป็นเอชของทีม
ส่วนซาวามูระก็บอกให้โค้ชเตรียมตัวไว้ให้ดี...เพราะเหลืออีกสองนัดเท่านั้น ก็จะได้ไปโคชิเอ็ง
และผู้เล่นทุกคนจะไม่ปล่อยให้โค้ชลาออก และทิ้งทีมที่ได้ไปโคชิเอ็งอย่างเด็ดขาด

ส่วนคาวากามิที่ยังไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือตัวเอง ก็ขอร้องให้มิยูกิอยู่ช่วยฝึกซ้อมกับตน เพราะรู้สึกว่าตัวเอง
กำลังจะถูกรุ่นน้องทิ้งห่างไปทุกที มิยูกิไม่ปฏิเสธและบอกว่าจะอยู่ช่วยจนกว่าจะพอใจ

อืม...หลังจากนั้น ก็มีแข่งภายใน ระหว่างทีม เอ ซึ่งเป็นผู้เล่นตัวจริง และทีม บี ของผู้เล่นตัวสำรอง
ซึ่งโค้ชคาตาโอกะให้โค้ชโอจิไอคุมทีมเอ ส่วนตัวเองจะคุมทีม บี และให้ฟุรุยะเป็นสตาร์ทเตอร์
คาวากามิ เป็นรีรีฟของทีมเอ ส่วนซาวามูระ เป็นสตาร์ทเตอร์ของทีมบี ในตอนแรกซาวามูระยังไม่เข้าใจ
แต่คาริบะอธิบายว่า โค้ชคงอยากหาสตาร์ทเตอร์ที่จะใช้ลงแข่งกับเซย์โกะ


การแข่งครั้งนี้ได้ อดีตกัปตันยูกิ เท็ตสึยะ มาเป็นหัวหน้ากรรมการ และนาเบะกับเพื่อนคอยบันทึกวีดีโอไว้

และการแข่งก็เป็นไปตามคาด ทีมเอ ของผู้เล่นตัวจริงเอาชนะไปได้...แต่ซาวามูระที่ลงเล่นให้ทีมบีนั้น
ปล่อยคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามแค่คะแนนเดียว เช่นเดียวกับฟุรุยะและคาวากามิที่ปล่อยคนล่ะหนึ่งแต้มให้ทีมบี

ซึ่งผลพลอยได้จากการแข่งครั้งนี้ก็คือ ผู้เล่นทีมบี ต่างก็ยอมรับฝีมือของซาวามูระมากขึ้น
ผมก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเหมือนกัน ที่มีคนคอยระวังให้
นอกจากนี้แล้วขณะแข่งก็ได้ทำการเปิดตัว ว่าที่น้องใหม่อีกคนของเซย์โด นั่นก็คือ ยูกิ มาซาชิ น้องชายของ
อดีตกัปตันยูกิ เท็ตสึยะ...((เซย์โดเป็นทีมครอบครัว...มีพี่ก็ต้องมีน้อง เอิ๊กส์))
มาดูบรรยากาศภายในทีมของเซย์โด ก่อนจะตัดสินใจมาเรียนที่นี่ ตามการทาบทามของเรย์ ผู้ช่วยโค้ช
ยูกิ มาซาชิ พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม
ส่วนแขกที่มาเยี่ยมเซย์โดอีกคนขณะแข่งภายในก็คือ ซากากิ...อดีตโค้ชของเซย์โด
ที่เคยพาเซย์โดไปโคชิเอ็งมาแล้ว และเป็นโค้ชของโค้ชคาตาโอกะสมัยที่ยังเป็นผู้เล่นของเซย์โดอยู่
ซึ่งอดีตโค้ชได้เล่าเรื่องของโค้ชคาตาโอกะสมัยนั้นให้ฟัง และบอกว่าที่คาตาโอกะมาเป็นโค้ชแทนที่
จะเทิร์นโปรนั้น คงเป็นเพราะความรู้สึกติดค้างในสมัยนั้น ที่ตั้งใจจะทำให้ตนเป็นโค้ชของแชมป์โคชิเอ็ง
แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่รองแชมป์ จึงมาเป็นโค้ชเพื่อทำตามคำสัญญานั้นให้ได้

สุดท้ายอดีตโค้ชซากากิ ก็บอกกับทุกคนโดยเฉพาะโค้ชคาตาโอกะว่า ที่มาครั้งนี้ก็เพื่อประกาศสงคราม
เพราะตนเองจะกลับมาเป็นโค้ชให้กับทีมยูระ ซึ่งเป็นทีมในเขตโตเกียวตะวันตก (เขตเดียวกับเซย์โด)
...อย่าหนีไปก่อนล่ะ เท็ตชิน ((ชื่อของโค้ชคาตาโอกะ...หุหุหุ ลืมไปแล้วนะเนี่ย))

+++++++++++

แถมท้ายด้วย...สปอยล์ตอนล่าสุด 391 ((24 กค.๗๗))

สรุปไรจิขโมยเบสสำเร็จเพราะมิยูกิขว้างบอลพลาด ทำให้คุรามิโจต้องขยับเท้าออกจากเบสเพื่อมารับบอล
มิยูกิจึงของเวลานอกและมาหาซาวามูระที่เนินขว้างลูก...ชื่อตอนนี้คือ การปรึกษาบนเนินขว้างลูก
ซึ่งเปิดมาด้วยหน้าสีด้วยนะ...หุหุหุห
คู่แบทเตอรี่เริ่มจะ...(ออกเกรียน)กันแล้ว
ฮารุจจิ "อ่า...วางแผนร้ายกันอีกแล้ว"
  
ตอนนี้เล่ม 42 กับ ไกด์บุ๊กเล่ม 2 ออกมาแล้ว...(อยากได้ เมื่อไรจะมี สนพ.ตีพิมพ์เรื่องนี้สักที)

((ต้องขอโทษด้วยนะ...ที่ภาพไม่ชัด บอกตรงๆๆ ว่าไม่ค่อยถนัดโปรแกรมแต่งภาพ กระซิกๆๆ))


สรุปเจ้าทึ่มก็ยังไม่รู้อยู่ดี อาเฮียแกได้รับบาดเจ็บ...

มิยูกิขอลูกคัตเตอร์วงใน...แต่บังเอิญเจ้าของต้นตำรับเดิมอย่างซานาดะตีได้ บอลลอยไปตกหน้า
เซ็นเตอร์ ทำให้ตอนนี้รันเนอร์อยู่บนเบส 1 กับ 3 แต่ถึงจะตีได้อย่างนั้นก็ทำเอาโค้ชไรโซนั่งไม่ติด
เพราะการที่สุดยอดแบทเตอร์ของทีมทั้งสองคน (ไรจิกับซานาดะ) โดนบอลแจมเข้าใส่นี่ แสดงว่า
เป็นบอลที่ตีได้ยากมาก อีกทั้งยังเพิ่งเคยเห็น...ซาวามูระขว้างคัตเตอร์เป็นครั้งแรกด้วย

ในขณะที่มิยูกิคิดว่า ทั้งโฟร์ซึม (ขว้างใส่ไรจิ) กับคัตเตอร์นั้น ต่างก็เป็นบอลดี คมกว่าเก่า แต่เป็นเพราะ
ทั้งสองคนฝีมือดีจึงตีไปถึงเอาท์ฟิลด์ได้ นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ ไม้ต่อมาต่างหาก
ว่าจะจัดการอย่างไรดี...

ไม้ต่อมาเป็นกัปตันทีมของยาคูชิ...จบตอนแบบเห็นเค้าว่า พี่เกรียนแกใกล้จะได้ถูกเปลี่ยนตัวล่ะนะ




วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สปอยล์ขั้นรุนแรง6

อันนี้เป็นเก็บตกหลังเกมการแข่งขันนะคะ...แบบว่ามีเรื่องให้ชวนคิดน่าติดตามอยู่
เกี่ยวกับเรื่องส่วนตั๊ว ส่วนตัวของหนุ่มมิยูกิ...

คือแบบว่าหลังจากการแข่งแล้ว ทุกคนสังเกตเห็นว่ามี ผู้สูงวัยท่านหนึ่ง มาดูการแข่งครั้งนี้
ซึ่งมารู้กันอีกทีว่าเป็น คุณปู่ของฟุรุยะ...ก็เลยคุยกันว่า คงตั้งใจมาดูหลานชายแข่ง
แต่ว่าวันนี้ดันไม่ได้ลง...แต่ก็พยายามปลอบว่า ไม่เป็นไรหรอก เพราะบ้านอยู่โตเกียว
ยังไงก็ได้มาดูอีก

(คุณปู่ของฟุรุยะ สมัยเรียน ม.ปลาย เคยเล่นเบสบอลและเคยไปโคชิเอ็งมาแล้ว)

พอพูดประเด็นนี้ขึ้นมา ชาวเซย์โดก็ว่า ฟุรุยะมีปู่อยู่ที่โตเกียวนี่เอง พ่อแม่ถึงให้มาเรียนที่นี่ได้
((พ่อแม่ทำงานอยู่ฮอกไกโด)) เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหนปล่อยให้ลูกมาอยู่ไกล ถ้าไม่มี
คนที่ไว้ใจได้อยู่ที่นี่

ซึ่งบรรดาเด็กต่างจังหวัดที่มาเรียนที่เซย์โด ก็จะทำหน้าทำตาประมาณนี้ ยกเว้น...

รูปนี้...อย่าไปพูดถึงเจ้าทึ่มเลย

จะเห็นได้ว่าฉากนี้ทุกคนเป็นเด็กต่างจังหวัด ยกเว้นมิยูกิ (เป็นเด็กโตเกียวโดยกำเนิด)...ที่ไม่น่าจะโผล่มาอยู่ด้วย
แถมแววตาพี่แกยังดูหมองหม่นอีกต่างหาก เป็นประเด็นให้บรรดาแฟนคลับต่างก็สงสัยขึ้นมาว่า...
มีความเป็นไปได้ที่มิยูกิจะเป็นเด็กมีปัญหาครอบครัว...อะจ๊ากกกกส์ อันนี้เป็นแม่ยกตั้งข้อสังเกตขึ้นมา
จากเบาะแสหลายประเด็นที่แทรกเข้ามาแบบเนียนๆ

เริ่มจาก สมัย ม.ต้น ((จากตอนพิเศษ...มิยูกิ คาซึยะ))
จะเห็นว่าหน้าตาของหนูน้อยมิยูกิ เต็มไปด้วยรอยแผล เนื่องจากถูกรุ่นพี่กลั่นแกล้ง แต่แทนที่จะหายหน้าไป
หรือเป็นเรื่องให้ผู้ปกครองมาฟ้องร้อง (...ไม่เกี่ยวกับข่าวฮ็อทในเวลานี้) แต่มิยูกิกลับมาซ้อมตามปกติ
ทำเอารุ่นพี่ต่างก็ตกใจไปตามๆ กัน

ประเด็นที่สงสัย...โดนซะหน้าเยินขนาดนี้ ผู้ปกครองไม่สงสัยบางเหรอ ถ้าไม่เอาเรื่องก็ไม่น่าจะปล่อยมา
ซ้อมตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ

อีกทั้งเจ้าหนูมิยูกิ ยังมีความคิดที่ว่า...
 แสดงว่า...ทั้งชีวิตมีแต่เบสบอล ((ไม่สนใจสาวๆ บ้างเลย กระซิกๆๆๆ))

นอกจากแล้วยังมาจากทวิตเตอร์ของ อ.เทราจิม่า เอง ที่มีคนสงสัยถามเกี่ยวกับงานอดิเรกของมิยูกิ
จาก ไกด์บุ๊ก เล่ม 1 ที่ว่า งานอดิเรกของพ่อหนุ่มคนนี้ คือ...ทำอาหาร

ซึ่งอาจารย์ก็ได้ตอบว่า...เป็นเพราะสมัยเด็กมิยูกิต้องทำกับข้าวกินเอง 

ทำไมต้องทำกับข้าวเอง ไม่มีคนทำให้หรืออย่างไร พ่อแม่ไปไหน...ตอกย้ำประเด็นที่ว่า
พี่แกต้องเป็นเด็กมีปัญหาแน่ๆ  ((นี่คือการมโนของบรรดาแฟนคลับ))

และข่าวจากทวิตเตอร์อีกเช่นกัน ที่ อ.เทราจิม่า เคยโพสไว้ว่า อาจจะได้เห็นผู้ปกครองของมิยูกิมาดู
การแข่งที่สนาม ((ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นในอะนิเมะนะ...อันนี้ไม่แน่ใจ)) ก็ต้องลุ้นกันต่อไป

cr : victoriel.tumblr.com
ส่วนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับ DVD ((ไม่รู้ว่าเราจะได้ดูกันหรือเปล่า)) ประกาศออกมาว่า
ใน รุ่น Limited vol.44 ซึ่งจะวางจำหน่ายวันที่ 17 พ.ย. 2557 (เปิดสั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่ 30 ก.ย.)
จะมี OVA ตอนพิเศษ "Face" ของ โคมินาโตะ เรียวสุเกะ
ส่วน รุ่น Limited vol.45 จะเป็น OVA ตอนพิเศษ "Outrun" ของ คุราโมจิ โยอิจิ
และ รุ่น Limited vol.46 ก็จะมี OVA ตอนพิเศษด้วยเช่นกัน ซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะเป็นเรื่องราวของใคร

แต่บรรดาแม่ยกต่างก็คิดกันไปว่า น่าจะเป็นตอนพิเศษของมิยูกิ คาซึยะ เพราะตอนนี้มีตอนพิเศษออกมา
แค่สามตอน ((ไม่นับเรื่องสั้นของไรจิ)) และในตอนนี้เราอาจจะได้เห็นครอบครัวของมิยูกิก็ได้

สรุปแล้วเก็บตก กลายเป็นประเด็กเกี่ยวกับตามิยูกิไปหรือนี่...เอิ๊กส์
เอาน่า...หนุ่ม Hot ของเรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละ ที่สำคัญตอนล่าสุด ตอนที่ 390 (วันที่ 19 ก.ค.)

สถานการณ์ในรอบชิงสรุปคร่าวๆ ได้ว่า เสมอกันอยู่ 3 - 3 ตอนนี้ยาคูชิกำลังเป็นฝ่ายบุก ซึ่งรอบนี้
เริ่มจากคลีนอัพ (ไม้ 3 4 5) มิชิมะ ไรจิ ซานาดะ ตามลำดับ...ซึ่งซาวามูระสามารถทำสไตร์คเอาท์
มิชิมะไปได้สำเร็จด้วย  ลูกโฟร์ซีมวงนอก ตามมาด้วยลูกครอสไฟร์(วงใน) และปิดท้ายด้วยเชนจ์อัพ
ตกใจกันไปเป็นแถว แต่ดูหน้าเมย์จังสิ...เอิ๊กส์


ทำให้เมย์จังไฟลุกได้ขนาดนี้ แข่งฤดูร้อนคราวหน้าสนุกแน่...

พอมาถึงไม้ต่อมาซึ่งเป็นตาของไรจิ...แน่นอนถ้าทำเอาท์ได้ง่ายๆ ก็ไม่ได้ลุ้นกันน่ะสิ เอิ๊กส์
มิยูกิลูกวงในที่ซาวามูระขว้างไม่ได้ในตอนแข่งซ้อม ((ตอนที่ทำให้รู้ว่าเป็นยิปส์นั่นล่ะ)) 
เพื่อเป็นการทักทาย...แน่นอนว่าไรจิตีได้ แต่ว่าบอลลอยไปตกหน้า เลฟต์ฟิลเดอร์ (ตำแหน่งขาจรของฟุรุยะ)

ทำเอาเจ้าทึ่มซ่ากับแสบเซ่อต่างก็โมโห...แบบว่า คนหนึ่งกะหวดโฮมรัน อีกคนกะไม่ให้ตีบอลได้
มีแต่พี่ซานาดะที่แอบชมซาวามูระในใจ ที่สามารถใช้แค่ฟาสต์บอลก็ทำแจมบอลใส่ไรจิได้ แสดงว่า
ขว้างบอลได้เยี่ยม...

ซาวามูระขว้างบอลวงนอกให้มิยูกิรับ เพราะไรจิขโมยเบส แต่มิยูกิขว้างบอลพลาด...เริ่มออกอาการแล้ว
ทำให้ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ตอนหน้า คุราโมจิจะรับบอลได้หรือเปล่า

สรุปสั้นๆ ...ทุกคน แม้แต่รุ่นพี่ปีสามที่มาดู ก็รู้กันแล้วว่า มิยูกิได้รับบาดเจ็บ แต่มีอยู่คนเดียวที่ไม่รู้
ทายสิ...ใครเอ่ย ทึ่มตลอดกาลลลลลลลลลล....

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สปอยล์รุนแรงขั้น5

การแข่งรอบสี่เซย์โดพบกับทีมโออุยะ ซึ่งเป็นทีมจากฝั่งโตเกียวตะวันออก และเป็นโรงเรียนรัฐบาล
ที่เน้นด้านวิชาการ และการสอบเข้ามหาวิทยาลัย มากกว่ากิจกรรมกีฬา ผู้เล่นจึงมีเวลาฝึกซ้อมแค่หลังเลิกเรียน
อีกทั้งสนามฝึกซ้อมยังใช้ร่วมกับชมรมฟุตบอลและชมรมกรีฑาอีกต่างหาก

วาคาบายาชิ โก เอชของทีมโออุยะจึงมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าจะเอาชนะเซย์โด ซึ่งเป็นทีมใหญ่
ที่ทางโรงเรียนให้การสนับสนุนด้านเบสบอลโดยเฉพาะ ส่วนอารากิ อิจิโร่ โค้ชของทีมให้สัมพาษณ์กับนักข่าวไว้ว่า
ถ้าชัยชนะในการแข่งเกิดจากจำนวนเวลาที่ใช้ในการฝึกซ้อม ทีมของพวกตนคงไม่มีอะไรไปสู้ทีมอื่นได้
แต่เบสบอลไม่ใช่อย่างนั้น นั่นจึงทำให้กีฬาชนิดนี้น่าสนุกขึ้นมา

ในวันแข่งขันซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ รุ่นพี่ปีสามของเซย์โดที่เลิกเล่นไปแล้วต่างก็พากันมาเชียร์กัน
อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยในเกมนี้เซย์โดเป็นฝ่ายเล่นเกมบุกก่อน แต่ยังทำคะแนนไม่ได้ในอินนิ่งแรก
เมื่อเปลี่ยนมาเล่นเกมรับ โค้ชคาตาโอกะบอกกับซาวามูระให้การนับสไตร์คเพิ่มขึ้น
เพื่อเข้าจังหวะการเล่นของตัวเองเสียก่อน จากนั้นจะลองใช้ลูกเชนจ์อัพก็ไม่มีปัญหา

และเมื่อถึงไม้สาม นับสไตร์ค 2 บอล 1 มิยูกิจึงส่งสัญญาณขอลูกเชนจ์อัพ แต่ว่าซาวามูระเกร็งเกินไป
จึงทำให้ผลที่ได้เป็นเช่นนี้...
อับอายขายหน้าที่สุด...
หลังจากที่ทำพลาด ทำให้ซาวามูระเริ่มตั้งตัวไม่ได้ ทำให้ทั้งปล่อยวอล์ก แล้วก็ปล่อยรัน
มิยูกิจึงบอกกับซาวามูระว่า ให้ลืมลูกเชนจ์อัพนั่นไปซะ ตั้งใจขว้างบอลให้ได้เหมือนเดิมก็พอ
ทำให้จบอินนิ่งแรกโออุยะเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 2 แต้ม

ในสถานการณ์ที่ทีมตกเป็นรอง มิยูกิจึงตัดสินใจพักเรื่องการใช้ลูกเชนจ์อัพไว้ก่อน เมื่อซาวามูระกลับมา
ตั้งตัวได้อีกครั้ง ก็สามารถขว้างบอลได้เหมือนอย่างเคย และผลพลอยได้จากการฝึกขว้างลูกเชนจ์อัพ
ทำให้การจับบอลในการขว้างลูกปกติของซาวามูระดีขึ้น มูฟวิ่งบอลมีการพัฒนาขึ้น แม้แต่รุ่นพี่ปีสามที่มาเชียร์
ต่างก็คิดเหมือนกันว่า ซาวามูระสามารถควบคุมให้บอลเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการได้ ไม่ใช่มูฟวิ่งบอล
ที่เคลื่อนไหวมั่วซั่วเหมือนแต่ก่อน

และด้วยฟอร์มการขว้างบอลที่อยู่ตัว ทำให้หลังจากจบอินนิ่งแรก โออุยะไม่สามารถทำคะแนนเพิ่มได้
ในขณะที่เซย์โดสามารถทำคะแนนขึ้นนำไปได้สำเร็จ เซย์โดนำอยู่ 3 - 2

ในอินนิ่งที่หก เมื่อกัปตันซึ่งเป็นคลีนอัพของทีมโออุยะขึ้นมาตี มิยูกิคิดว่าถึงเวลาที่ควรจะลองใช้ลูกเชนจ์อัพดู
แต่เพราะการทำพลาดในอินนิ่งแรก ทำให้ต้องเสียแต้มไปนั้น มิยูกิจึงขอเวลานอกและเรียกอินฟิลเดอร์
มารวมตัวกันที่เนินขว้างลูก





คลีนอัพของโออุยะสามารถตีบอลของซาวามูระได้ แต่เป็นลูกฟาวล์ไป ทางรุ่นพี่ปีสามต่างก็วิจารณ์ว่า
ถ้าซาวามูระสามารถขว้างบอลที่ทำให้แบทเตอร์กะจังหวะเวลาพลาด คงจะดีไม่น้อย ทำให้คริสนึกถึงเรื่องที่
มิยูกิชวนให้ตนมาดูการแข่งครั้งนี้ เพราะมีบางอย่างที่ตัวเขากับซาวามูระอยากจะใช้ในการแข่งครั้งนี้
และถ้าซาวามูระทำได้ ก็จะทำให้เขาเป็นพิทเชอร์ที่มีความสามารถเท่าเทียมกับฟุรุยะขึ้นมาทันที

ในที่สุดมิยูกิก็ตัดสินใจส่งสัญญาณขอเชนจ์อัพ ซึ่งโค้ชโอจิไอที่ดูอยู่คิดว่า ถ้าหากซาวามูระสามารถทำได้
เขาจะกลายเป็นพิทเชอร์ที่สามารถไว้ใจได้ขึ้นมาทันที และผลที่ได้ก็คือ



หลังจากนั้นแบทเตอร์ของโออุยะต่างก็กังวลกับลูกเชนจ์อัพ ทำให้ซาวมมูระสามารถทำเอาท์ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร
จบอินนิ่งนี้ไปเซย์โดจึงยังเป็นฝ่ายนำอยู่ ผู้เล่นของโออุยะต่างพากันวิตก แต่วาคาบายาชิที่นึกถึงอินนิ่งแรก
ที่ซาวามูระเล่นพลาด จึงคิดว่าเชนจ์อัพ เป็นแค่ลูกฟลุ๊กเท่านั้น ซึ่งโค้ชอารากิก็คิดเช่นเดียวกัน
วาคาบายาชิบอกกับทุกคนว่ายังเหลืออีกสามอินนิ่งที่สามารถพลิกเกมกลับมาได้ แล้วก็สามารถเอาท์แบทเตอร์
ของเซย์โดไปได้ด้วยการขว้างอันทรงพลัง

เมื่อเปลี่ยนมาเล่นเกมรับ ซาวามูระสามารถเอาท์ไม้แรกไปได้โดยไม่ได้ใช้ลูกเชนจ์อัพ จึงทำให้ไม้ต่อมาคิดว่า
วาคาบายาชิพูดถูก เชนจ์อัพก่อนหน้านั้นเป็นแค่ลูกฟลุ๊กเท่านั้น จึงตั้งใจจะตีฟาสต์บอลเต็มที่ แต่ซาวามูระ
ก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เชนจ์อัพที่ขว้างได้นั้น ไม่ใช่ลูกฟลุ๊กอย่างแน่นอน

จากนั้นด้วยมูฟวิ่งบอลของซาวามูระและการขอบอลอันยอดเยี่ยมของมิยูกิ ทำให้ซาวามูระสามารถทำสไตร์คเอาท์
แบทเตอร์สามคนติดกันได้ ปิดอินนิ่งนี้ไปอย่างสวยงาม
เมื่อขึ้นอินนิ่งใหม่เซย์โดเป็นฝ่ายบุก ฮารุอิจิก็สามารถตีโฮมรันได้ ลบคำสบประมาทของโค้ชโอจิไอที่เคยว่าไว้
ก่อนการแข่ง ที่บอกว่า ฮารุอิจิไม่สามารถกดดันหรือทำให้คู่แข่งกลัวได้ ทำให้โค้ขโอจิไอเริ่มเปลี่ยนความคิด

ในขณะที่โค้ชของทีมเซนเซนที่ดูอยู่บนอัฒจรรย์เพื่อรอแข่งในคู่ต่อไป ถึงกับเอ่ยปากชมโค้ชคาตาโอกะที่สามารถ
ทำทีมให้แข็งแกร่งขึ้นมาได้ในช่วงการแข่งภาคฤดูใบไม้ร่วง เช่นเดียวกับทีมเซย์โดชุดก่อน และบอกว่า
เซย์โดโชคดีที่มีผู้เล่นอย่างซาวามูระเป็นคนจุดประกายไฟให้กับผู้เล่นคนอื่นพัฒนาฝีมือขึ้นมา

จบการแข่งขันเซย์โดเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 6 - 2 และซาวามูระได้ลงเล่นตั้งแต่ต้นจนจบ

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สปอยล์ขั้นรุนแรง4

มาอัพต่อ...พร้อมกับอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบัน ตอนที่ 387
ตอนนี้เซย์โดกับยาคูชิคะแนนเสมอกันอยู่ 3 - 3 ซานาดะเปลี่ยนมาเป็นพิทเชอร์แทนไรจิแล้ว
เซย์โดกำลังเล่นเกมรุกอยู่ 2 เอาท์ เบสโหลด...แบทเตอร์ไม้เจ็ด (ซาวามูระไม้แปด)
และไม้เจ็ดตีบอลไปทางไรจิที่อยู่เบสสาม...ลุ้นตอนหน้าว่าไรจิจะรับบอลได้หรือไม่

+++++++

ตอนแรกกะจะสปอยล์เฉพาะเกมการแข่งขัน แต่บังเอิญว่า...ก่อนแข่งรอบสี่นี่
เจอความน่ารักและน่าถีบของเจ้าซาวามูระมากเกินไป
เรียกได้ว่า ก่อนและการแข่งรอบที่สี่นี่เป็นตอนของเจ้าซาวามูระจริงๆ
ทั้งเทพ ทั้งทึ่ม แยกกันไม่ออกจริงๆ เป็นคนที่ไม่มีใครสามารถเดาทางออกได้
เหมือนที่มิยูกิเคยว่าไว้...มันสนุกตรงที่ ไม่รู้ว่าต่อไปเจ้าทึ่มนั่นจะทำอะไร

พูดไม่ดูหน้าเพื่อนเลยยยยยยย...เจ้าทึ่ม

โค้ชคาตาโอกะให้ซาวามูระเป็นสตาร์ทเตอร์ในการแข่งรอบที่สี่ เพราะฟุรุยะได้รับบาดเจ็บทำให้ลงแข่งไมได้
ทำให้คาวากามิที่เป็นคนขาดความมั่นใจอยู่แล้ว ยิ่งกำลังใจหดหายไปกันใหญ่ มิยูกิพยายามปลอบว่า
โค้ชคงเห็นว่าซาวามูระจะเล่นได้ดีถ้ายังมีคาวากามิคอยเป็นแบล็กให้อยู่

การที่ซาวามูระได้ลงเป็นสตาร์ทเตอร์ครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน 
และไม่รู้ว่าโค้ชคาตาโอกะกำลังคิดอะไรอยู่ โดยเฉพาะโค้ชโอชิไอที่แต่เดิมคิดจะตัดซาวามูระออกจากทีม
แต่ในการรอบที่ผ่านมาทำให้ต้องมองซาวามูระใหม่ แต่ก็ยังคิดว่าเขายังไม่เหมาะที่จะลงเป็นสตาร์ทเตอร์

โค้ชโอจิไอคอยจับตาดูการฝึกซ้อมของทีมเซย์โดอยู่เงียบๆ (...ซะเมื่อไร) เมื่อเห็นฮารุจจิซ้อมตีบอลคนเดียว
ก็บอกว่า...ฮารุจจิไม่มีทางกดดันหรือทำให้คู่แข่งกลัวได้หรอก ถ้ายังใช้ไม้แบบหัวไม้อยู่ 
อีกทั้งยังดักเจอมิยูกิ เพราะอยากรู้ว่ามิยูกิคิดอย่างไรที่ซาวามูระได้เป็นสตาร์ทเตอร์ 
ในจังหวะที่มิยูกิกำลังพูดถึงเรื่องบอลของซาวามูระกับนาเบะระหว่างทางกลับหอ  
และไล่ต้อนจนมิยูกิเริ่มพูดไม่ออก แต่เสียงโวกเวกของเจ้าซาวามูระที่ดังมาจากโรงยิมขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

ซึ่งซาวามูระกำลังขอให้คาเนมารุ โทโจ และคาริบะ ช่วยบอกจุดอ่อนของตัวเอง เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการเล่น
ให้ดียิ่งขึ้น มิยูกิจึงเข้ามาห้ามเพื่อไม่ให้ซาวามูระทำลายฟอร์มการเล่นเดิมที่มีอยู่ตอนนี้ 
แต่โค้ชโอจิไอกลับใช้จังหวะนี้บอกข้อบกพร่อง และแนะนำว่าสิ่งที่ซาวามูระควรจะฝึกให้ได้ก็คือ ลูกเชนจ์อัพ


แม้มิยูกิจะไม่เห็นด้วยกับโค้ชโอจิไอที่จะสอนขว้างลูกเชนจ์อัพให้ซาวามูระก่อนการแข่งที่จะมีขึ้นในไม่ช้านี้
แต่เพราะรู้นิสัยของซาวามูระดีจะยอมอยู่เป็นคู่ซ้อมให้ เผื่อเห็นท่าไม่ดีจะได้บอกให้หยุดฝึกได้
โค้ชโอจิไอสอนวิธีการจับบอล 3 แบบในการขว้างลูกเชนจ์อัพ ให้ซาวามูระลองฝึกขว้างโดยการเริ่มจาก
การเล่นแคชบอลก่อน เมื่อคล่องแล้วค่อยหัดฝึกขว้างบอลให้ต่ำลง
วิธีการจับบอลแบบต่างๆ ของเชนจ์อัพ


เพราะเกร็งเกินไปทำให้ซาวามูระขว้างไม่ได้ มิยูกิจึงให้โทโจซึ่งเคยเป็นพิทเชอร์มาก่อน แต่เปลี่ยนไปเล่นเซ็นเตอร์
มาสาธิตวิธีการขว้างให้ดู ซึ่งโทโจก็ขว้างได้ คาเนมารุจึงพูดตลกว่า น่าจะเปลี่ยนไปเป็นพิทเชอร์แทนซาวามูระ
แต่ซาวามูระบอกว่าถ้าโทโจทำได้ เขาก็ทำได้เหมือนกัน ในขณะที่มิยูกิกำลังจะเอ่ยปากบอกให้เลิกฝึก
เพราะกลัวว่าจะเป็นการทำลายฟอร์มการขว้างเดิม แต่โค้ชโอจิไอกลับเอ่ยให้คำแนะนำในการขว้างลูกขึ้นมาเสียก่อน

เมื่อซาวามูระได้รับคำแนะนำของโค้ช ก็ลองทำตาม จึงขว้างบอลได้ ก็ออกอาการดีใจ ในขณะที่คนอื่นมองอย่างอึ้งๆ
โค้ชโอจิไอบอกว่าอย่าเพิ่งดีใจไปกับการขว้างบอลได้แค่ครั้งเดียว ซึ่งอาจจะเป็นแค่ ลูกฟลุ๊กเท่านั้น
และบอกกับมิยูกิว่า ที่เหลือก็แค่ให้ฝึกขว้างบอลให้ต่ำลง มิยูกิจึงถามว่าที่โค้ชสอนเชนจ์อัพให้ซาวามูระนั้น
เพราะมั่นใจว่าซาวามูระจะสามารถขว้างได้ใช่หรือไม่ โค้ชโอจิไอไม่ตอบ แต่หันไปบอกซาวามูระให้ลองจับบอล
แบบอื่นดู แล้วเลือกแบบที่จับถนัดที่สุดมาฝึกซ้อมให้ชำนาญ 

ซาวามูระได้ใจที่เพิ่งสามารถขว้างบอลได้ ก็ลองจับบอลแบบใหม่แล้วขว้างดู ปรากฎว่าวิถีบอลเปลี่ยนไปจากเดิม
มิยูกิไม่สามารถรับบอลได้ ทำให้ทุกคนรู้สึกอึ้ง มีเพียงซาวามูระที่ไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
และเมื่อซาวามูระลองจับบอลแบบอื่นขว้างอีก ก็ยิ่งทำให้คนที่ดูอยู่ตะลึงยิ่งขึ้น เมื่อวิถีบอลนั้นได้เปลี่ยนไป
ตามวิธีการจับบอล

นาเบะนึกถึงเรื่องที่มิยูกิพูดเกี่ยวกับพัฒนาการมูฟวิ่งบอลของซาวามูระ ในการขว้างเบรกบอลนั้น
(...เชนจ์อัพ ก็เป็นเบรกบอลอย่างหนึ่ง...) พิทเชอร์แต่ละคนแม้จะเรียนรู้วิธีการขว้างบอลแบบเดียวกัน
แต่วิถีของบอลที่แต่ละคนขว้างนั้นจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสรีระและเทคนิคการขว้าง
แต่ในกรณีของซาวามูระที่วิถีบอลเปลี่ยนไปตามวิธีการจับบอลนั้น เป็นการขว้างบอลที่เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะตัว
ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ และนี่คือ...พัฒนาการมูฟวิ่งบอลของซาวามูระอีกอย่างหนึ่ง

และการที่ซาวามูระสามารถขว้างเชนจ์อัพได้ภายในเวลาคืนเดียวนั้น ก็สร้างความตกใจให้กับทุกคนไม่น้อย
แค่เห็นเจ้าทึ่มขว้างเชนจ์อัพได้เท่านั้น...แต่ละคน ดูทำหน้าเข้าสิ

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สปอยล์ขั้นรุนแรง3

จะว่าไปการแข่งช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี่ดราม่าเยอะเหมือนกันนะคะ เพราะว่าปีสามแต่ละทีมได้เลิกเล่นไปแล้ว
ดังนั้นแต่ละทีมจึงต้องฟอร์มทีมใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็ต้องเป็นธรรมดาที่ยังเล่นไม่เข้าขากันดีนัก
ยิ่งผู้เล่นเก่าอีโก้สูงๆ ด้วยแล้ว คงจะยอมรับผู้เล่นใหม่ที่เข้ามาแทนคนเก่าที่เลิกเล่นไป ไม่ได้ในทันที

อย่างเช่น นารุมิยะ เมย์ เอชของอินาชิโระ ที่ได้ชื่อว่า เจ้าชายผู้เอาแต่ใจ นั้น ยังยอมรับ
ทาดาโนะ อิทสึกิ แคทเชอร์ปีหนึ่ง ที่มาแทนฮาราดะ อดีตกัปตันทีมและแคทเชอร์ที่เลิกเล่นไปไม่ได้
จึงทำให้อินาชิโระพ่ายให้กับทีมอุกุโมริไป ในศึกฤดูใบไม้ร่วงนี้

ไม่เข้มจริง เป็นโค้ชคุมทีมไม่ได้หรอกนะ...

อินาชิโระทีมใหม่มีปัญหาภายใน ก็ใช่ว่าเซย์โดเองจะไม่มี ((แม้แต่ปัญหาก็ไม่ยอมน้อยหน้ากัน))
ทางนี้หวิดวางมวย
ความขัดแย้งกันระหว่างมิยูกิ กัปตันทีมกับซูโนะ รองกัปตันนั้น ทำเอาบรรยากาศในทีมตึงเครียด
โดยเฉพาะในหมู่ผู้เล่นปีสอง จะมีแต่คุราโมจิ รองกัปตันอีกคนเท่านั้นที่ยังเฉยๆ เพราะเข้าใจ
ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างดี จึงไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนเป็นพิเศษ

แต่เมื่อแข่งรอบสามเสร็จสิ้น รุ่นพี่ปีสามไม่ว่าจะเป็นอดีตกัปตันยูกิ และอดีตรองกัปตันอิซาชิกิ
ต่างก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้มิยูกิกับซูโนะ เริ่มปรับความตัวและเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น
บรรยากาศในทีมจึงกลับมาคึกคักเหมือนเดิม (รุ่นพี่อย่างเท่ห์...หุหุหุ)

รอบสาม


การแข่งรอบสามเป็นการพบกันระหว่างเซย์โดกับทีมอุกุโมริ ที่เอาชนะอินาชิโระมาได้
บรรยากาศภายในทีมเซย์โดยังอึมครึมเพราะความขัดแย้งกันระหว่างมิยูกิกับโซโนะ แต่ว่าทั้งคู่เลือก
ที่จะปล่อยวางปัญหานั้นไว้ก่อน เพื่อลุยกับการแข่งให้เต็มที่

การแข่งนัดนี้ฟุรุยะกลับมาลงเป็นสตาร์ทเตอร์ได้อีกครั้ง แต่ก็เริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เมื่อปล่อยวอล์กไป
สองครั้งติดกัน เมื่อถึงตาอุเมมิยะ เอชของทีมอุกุโมจิและเป็นคลีนอัพของทีมด้วยขึ้นมาตี
คำพูดของเขาที่ว่า "อย่าวิ่งหนีไปซะล่ะ" ที่ฟุรุยะ ซาวามูระและฮารุจจิบังเอิญ
ไปเจอในห้องน้ำก่อนการแข่งขันนั้น ทำให้ฟุรุุยะมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะดวลกันกับไม้นี้
จึงขว้างบอลไปตรงกลางโดนไม่สนใจสัญญาณขอบอลของมิยูกิแม้แต่น้อย
อุเมมิยะตีโฮมรันได้ ทำให้อุรุโมจิออกนำไปก่อน 3 คะแนน มิยูกิจึงขอเวลานอก 
และต่อว่าฟุรุยะ ทำให้ฟุรุยะได้สติ และไม่ปล่อยคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามอีก

เมื่อเซย์โดเป็นฝ่ายบุก การขว้างบอลของอุเมมิยะสร้างปัญหาให้กับไลน์อัพของเซย์โดไม่น้อย
แต่เมื่อถึงตาของมิยูกิขึ้นมาตี เขาก็สามารททำฮิทได้ เพราะได้ดูบันทึกการแข่งระหว่างของอุกุโมจิ
กับอินาชิโระที่นาเบะบันทึกมาให้ คุราโมจิจึงวิ่งกลับจุดโฮมได้ เซย์โดทำคะแนนไล่ตามมาหนึ่งแต้ม

โซโนะที่เป็นไม้ต่อจากมิยูกินั้น แม้จะทะเลาะกันแต่ก็ยอมรับในความสามารถของมิยูกิ ทำให้เขา
ยอมแพ้ในเรื่องนี้ไม่ได้ แล้วก็สามารถทำฮิทได้เช่นเดียวกัน มิยูกิวิ่งกลับจุดโฮมได้ ทำคะแนนไล่ตามมา
อีกหนึ่ง ซึ่งเกมรับของเซย์โดหลังจากนี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะฟุรุยะกลับมาขว้างบอลได้เหมือนเดิม
ทำสไตร์คเอาท์แบทเตอร์ของฝ่ายตรงข้ามได้ในเวลารวดเร็ว

ทาดาโนะ แคทเชอร์คนใหม่ของทีมอินาชิโระ ที่โค้ชสั่งให้มาดูการแข่งครั้งนี้กับฟุคุ กัปตันทีมคนใหม่นั้น
รู้สึกทึ่งไม่น้อยเมื่อเห็นการเล่นของมิยูกิ ที่สามารถดึงฟุรุยะกลับมาเล่นในเกมได้เหมือนเดิม หลังจากที่
ฟุรุยะแสดงออกอย่างชัดเจนว่า อยากจะดวลกับคลีนอัพฝ่ายตรงข้ามและไม่หวั่นไหวไปกับลูกโฮมรัน
ที่เสียไป ซึ่งตรงกันข้ามกับเขาอย่างสิ้นเชิงที่ไม่สามารถดึงนารุมิยะกลับมาสู่เกมได้

ฟุคุที่เห็นท่าทีของทาดาโนะเป็นแบบนั้น จึงเข้าใจเหตุผลว่า ที่โค้ชให้มาดูการแข่งครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้มาดู
การแข่งของทีม แต่ให้ทาดาโนะได้มาดูการเล่นของมิยูกิต่างหาก

เซย์โดทำการบุกได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อจบอินนิ่งห้าแล้ว จึงมีคะแนนขึ้น 6 - 3 แต่เมื่อถึงอินนิ่งที่เจ็ด
มิยูกิเริ่มรู้สึกว่าสปีดบอลของฟุรุยะตกลงและบอลไม่ทรงพลังเหมือนเดิม สาเหตุก็มาจากฟุรุยะ
ได้รับบาดเจ็บตอนวิ่งขึ้นเบส แต่ไม่ได้บอกใคร

จบอินนิ่งเจ็ด เซย์โดยังเป็นฝ่ายนำอยู่ 8 - 3 แต่ผู้เล่นทีมอุกุโมจิก็ยังมีกำลังใจดีอยู่ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
เมื่อขึ้นอินนิ่งแปด อุเมมิยะสามารถทำฮิทได้ ทำให้แบทเตอร์คนต่อไปเกิดความฮึกเหิม จึงตีบอลของ
ฟุรุยะได้ด้วยเช่นกัน อุเมมิยะวิ่งกลับจุดโฮมได้ อุกุโมจิทำคะแนนไล่ตามมาอีกหนึ่ง

จากการบุกจู่โจมอย่างต่อเนื่องทำให้อุกุโมจิทำคะแนนไล่ตามมาเป็น 8 -7 ทำให้ผู้เล่นเซย์โดเริ่มวิตก
เพราะตอนนี้กระแสเกมเป็นของทีมอุกุโมิจิ ซาวามูระทนดูไม่ได้จึงตะโกนโววายอยู่ข้างสนาม
แต่คำพูดของซาวามูระกลับทำให้ผู้เล่นของเซย์โด กลับมาฮึดได้โดยเฉพาะฟุรุยะที่กลับมา
ทำสไตร์คเอาท์ ปิดเกมบุกของฝ่ายตรงข้ามได้

เมื่อถึงอินนิ่งเก้าซึ่งเป็นอินนิ่งสุดท้าย โค้ชคาตาโอกะส่งซาวามูระลงไปเล่นแทนฟุรุยะ ในภาวะกดดัน
ที่กองเชียร์ทั้งสนามต่างส่งเชียร์ทีมอุกุโมจิ
ชอบฉากนี้เป็นการส่วนตัว...เกรียนพี่กับแสบน้อง...เขาวางแผนร้ายกันล่ะ
แม้ซาวามูระจะเริ่มขว้างได้ไม่ค่อยดีนะ เพราะรู้สึกเกร็งที่กรรมการขานบอลวงนอกมุมต่ำ ที่ตัวเองคิดว่า
เป็นสไตร์ค เป็น "บอล" ทำให้เขาควบคุมบอลไม่ได้ แต่เมื่อได้มาเผชิญหน้ากับอุเมมิยะ ซี่งถ้าสามารถ
ทำเอาท์ได้ เซย์โดก็จะเป็นฝ่ายชนะไป แต่ถ้าอุเมมิยะตีได้ก็อาจจะทำให้อุกุโมริพลิกกลับมาชนะได้เช่นกัน

อุเมมิยะตีบอลของซาวามูระได้ แต่เป็นบอลฟาวล์ไป ทำให้ซาวามูระเริ่มเครียด อีกทั้งอุเมมิยะยังกดดัน
ให้ซาวามูระอยากจะดวลกับตน บอลที่ขว้างไปจึงเริ่มจะพุ่งเข้าตรงกลาง มิยูกิสังเกตเห็นเรื่องดังกล่าว
แม้ซาวามูระตั้งใจจะขว้างบอลตามที่ตนขอ แต่สัญชาตญาณของพิทเชอร์ที่ถูกท้าทายทำให้ขว้างบอล
เข้าตรงกลางโดยไม่รู้ตัว

ในขณะที่ทาดาโนะที่ตั้งใจดูมิยูกิอยู่ ก็สังเกตเห็นด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับที่เคยขึ้นกับ
นารุมิยะ ในการแข่งที่อินาชิโระแพ้ให้กับอุกุโมริ เขาจึงอยากจะรู้ว่ามิยูกิจะทำอย่างไร 

การที่คนดูต่างก็เห็นว่า ซาวามูระที่ขว้างได้แต่ฟาสต์บอล เอาแต่ขว้างบอลวงนอกนั้น ต่างก็คิดกันไปว่า ซาวามูระกลัวการดวลกันกับอุเมมิยะจึงพยายามเลี่ยงขว้างลูกวงใน 

โค้ชโอจิไอที่คอยจับตาดูอยู่ก็คิดว่านี่คือนัดสุดท้ายของโค้ชคาตาโอกะที่จะคุมทีมเซย์โดแล้ว 
ในขณะที่ฟุคุบอกว่า แคทเชอร์คงจะขอบอลง่ายขึ้น ถ้าซาวามูระสามารถขว้างบอลอย่างอื่นที่
ทำให้แบทเตอร์กะจังหวะพลาดได้ ทาดาโนะที่เป็นแคทเชอร์เหมือนกันจึงบอกว่า แคทเชอร์สามารถ
ขอบอลอะไรก็ได้ถ้าพิทเชอร์มีความสามารถ แต่ตรงกันข้ามถ้าพิทเชอร์ไม่มีฝีมือพอ แคทเชอร์ก็ทำอะไรไม่ได้เลย

ซึ่งทาดาโนะก็นึกเปรียบเทียบกับตนเองขึ้น ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทั้งๆ ที่นารุมิยะเป็นพิทเชอร์
ที่มีความสามารถมากระดับประเทศเลยก็ว่าได้

ในที่สุดมิยูกิก็ตัดสินใจขอลูกคัตเตอร์วงใน ตามคำแนะนำของโค้ชคาตาโอกะก่อนแข่ง
ที่ให้ใช้ลูกวงในเป็นตัวหลอกล่อคู่ต่อสู้ ในเกมที่สู้กันด้วยบอลวงนอก และซาวามูระก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
เมื่อสามารถขว้างลูกคัตเตอร์วงในได้ และเอาท์อุเมมิยะไปได้ ทำให้จบเกมเซย์โดเป็นฝ่ายเอาชนะ
ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ